ค้นพบบริวารใหม่อีก 2 ดวงของดาวพลูโต

 

สังเกตการณ์จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลยืนยันการค้นพบบริวารอีก 2 ดวงโคจรรอบดาวพลูโต บริวารใหม่นี้ถูกพบครั้งแรกด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2005 แต่ทีมนักดาราศาสตร์เพิ่งจะได้สำรวจลึกลงไปในระบบของดาวพลูโตเพื่อตรวจสอบวงโคจรเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง

ถึงแม้จะไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการค้นพบบริวารดวงใหม่ว่ามีอยู่จริง แต่ทีมงานก็ดูจะมีความสุขที่ได้เห็นภาพดาวบริวารอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับที่ได้คำนวณไว้จากสังเกตการณ์ก่อนหน้านี้ การค้นพบครั้งแรกเพิ่งจะมีการตีพิมพ์รายงานในวารสารวิทยาศาสตร์ Nature ของอังกฤษฉบับสัปดาห์นี้

การยืนยันนี้กระตุ้นให้เห็นมุมมองใหม่ของเข็มขัดคูเปอร์ (Kuiper Belt) ซึ่งเป็นบริเวณในระบบสุริยะที่มีกลุ่มวัตถุแข็งจำนวนมากโคจรรอบดวงอาทิตย์เลยวงโคจรของดาวเนปจูนออกไป ว่าอาจจะมีความซับซ้อนกว่าที่เราเคยคิด ดาวพลูโตซึ่งเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ที่ถูกค้นพบเมื่อปี 1930 โคจรรอบดวงอาทิตย์ที่ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 3 พันล้านไมล์ก็อยู่ภายในเขตเข็มขัดคูเปอร์นี้

วงโคจรของบริวารใหม่อยู่ในระนาบเดียวกับวงโคจรของชารอน (Charon) ซึ่งเป็นบริวารดวงแรกที่ใหญ่กว่ามาก (ค้นพบเมื่อปี 1978) นั่นหมายความว่า บริวารทั้งสองไม่ได้ถูกดึงดูดเข้ามาภายหลัง แต่เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับชารอนที่ตามทฤษฎีเชื่อว่าเกิดจากการชนกันของวัตถุขนาดเท่าดาวพลูโต เมื่อกว่า 4 พันล้านปีมาแล้ว

ทีมนักดาราศาสตร์นำโดย ฮัล เวฟเวอร์ (Hal Weaver) แห่งห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ (Applied Physics Laboratory) ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ (John Hopkins University) ในรัฐแมรีแลนด์ และอลัน สเติร์น (Alan Stern) แห่งสถาบันวิจัยภาคตะวันตกเฉียงใต้ (Southwest Research Institute) ในรัฐคอโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำสังเกตการณ์ครั้งใหม่เมื่อวันที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2006 ด้วยกล้องถ่ายภาพเพื่อการสำรวจขั้นสูงของฮับเบิล ACS (Hubble’s Advanced Camera for Surveys) เพื่อตรวจดูบริเวณใกล้ๆวงโคจรของดาวบริวารทั้งสองให้แน่ใจว่าเป็นดาวบริวารจริงและมีเพียง 2 ดวง ดาวทั้งสองซึ่งได้รับการขนานนามว่า S/2005 P1 และ S/2005 P2 อยู่ห่างจากดาวพลูโตประมาณ 40,000 และ 30,000 ไมล์ตามลำดับ

นักดาราศาสตร์เชื่อว่าการก่อตัวของระบบดาวพลูโตและบริวารมีความคล้ายคลึงกับการก่อตัวของระบบโลกและดวงจันทร์ คือเกิดจากการชนกันของดาวเคราะห์กับวัตถุที่มีขนาดพอๆกัน แบบจำลองการชนแสดงให้เห็นว่าเศษซากที่กระจัดกระจายออกมาจากการชนกันได้เคลื่อนตัวในวงโคจรรอบดาวเคราะห์และหลอมรวมกลายเป็นดาวบริวารดวงเดียวหรือหลายดวง การศึกษาหาสาเหตุที่พลูโตมีบริวาร 3 ดวงในขณะที่โลกมีบริวารดวงเดียวจะช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการก่อตัวของระบบดาวบริวารรอบดาวเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้น จะมีการใช้กล้องฮับเบิลศึกษาดาวบริวารใหม่ 2 ดวงนี้อีกในวันที่ 2 มีนาคมโดยหวังว่าการติดตามสังเกตการณ์นี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสีรวมทั้งขนาดและรูปร่างของดาวที่จะนำไปสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับกำเนิดและวิวัฒนาการของระบบดาวพลูโตต่อไป

ในภาพแสดงดาวพลูโตอยู่ตรงกลาง ชารอนอยู่ต่ำลงมา P1 อยู่ทางขวาต่ำกว่าชารอนเล็กน้อยและ P2 อยู่ทางขวาของพลูโตและชารอน กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) เป็นโครงการความร่วมมือนานาชาติระหว่างองค์การนาซา NASA) ของสหรัฐและองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency) มีสถาบันวิทยาศาสตร์กล้องโทรทรรศน์อวกาศ(Space Telescope Science Institute) ในเมืองบัลติมอร์เป็นศูนย์ควบคุมปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์ สถาบันนี้ดำเนินงานให้องค์การนาซาโดยสมาคมมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยทางดาราศาสตร์(Association of Universities for Research in Astronomy)

เรื่องและภาพจาก http://hubblesite.org/newscenter/newsdesk/archive/releases/2006/09/image/a

เรียบเรียงโดย ผศ.นิรมล ปีตะนีละผลิน